เสมือนบ้านหลังที่ 2 อบอุ่น ปลอดภัย
- รู้สึกผูกพันโดยเชื่อมโยงเป้าหมายส่วนตัวเข้ากับเป้าหมายของมหาวิทยาลัย จึงทุ่มเทการทำงานให้กับคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์อย่างสุดความสามารถ พยายามให้ตนเองเกิดความคิดสร้างสรรค์ และพร้อมขับเคลื่อนให้คณะฯ ให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปกับมหาวิทยาลัยมหิดล
เรียนจบที่นี่ทำงานที่นี่จนสุดท้ายของการเกษียณจากงาน
มหาวิทยาลัยและโรงพยาบาลศิริราชเป็นอู่ข้าวอู่น้ำให้ความสุขและความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวันกับตนเองและครอบครัวอย่างมาก
มหาวิทยาลัยมหิดลได้ให้สังคมที่ดี ให้ความรู้และหล่อหลอมอุดมการณ์ให้คิดสิ่งดี ทำสิ่งดี ทั้งในหน้าที่รับผิดชอบและในการดำเนินชีวิต อันจะสร้างประโยชน์ต่อตนเอง สังคมและประเทศชาติ
รพ.ศิริราชเปรียบเสมือนบ้านหลังที่2 รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรมีความสุขในการทำงานรู้ว่าต้องรับผิดชอบและซื่อสัตย์ต่อองค์กร
การได้รับโอกาสแต่งตั้งเป็นคณะทำงานตกแต่งเครื่องสูงภายในอาคารงานพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยมหิดล ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๗
รักในองค์กรนี้มากค่ะ
รับราชการ ปี 2535 เข้าสู่วงการ it งานให้ความมั่นคงในชีวิต และทำให้สามารถสร้างบ้านให้พ่อหลังงามได้ และจากการทำงาน ให้บริการด้านไอที ทำให้ได้พบความรักดีๆ และแต่งงานกับภรรยาที่เป็นอดีตชาวมหิดลด้วยกันที่เคยให้บริการ นั้น ที่ถือว่าโชคดีมากๆ และยังได้บุตรชายที่น่ารัก 2 คน เข้าเรียนเป็นศิษย์เก่าสถาบันเด็ก ฯ ม.มหิดล บ้าง เข้าร่วมกิจกรรม ช่วงปิดเทอม ของคณะต่างๆ ในมหิดล มาโดยตลอด ผูกพันกับมหิดล จนทำงานครบ 60 ปี มั่นคงการงาน การเงิน และครอบครัว ขอบคุณมากเลยครับ
เป็นสถานที่ที่ให้ความรู้ ให้อาชีพการงานที่มั่นคง มีเพื่อนร่วมงานที่ดี ดีใจและภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
_
มีความรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งขององค์กรมาอย่างยาวนาน
ได้ทำงานในสถานที่่ที่องค์กรให้ความสำคัญดูแลทั้งตัวบุคลากรและบุคคลในครอบครัวเป็นอย่างดีค่ะ
เมื่อถึงวันที่เกษียณจริงๆ ก็รู้สึกใจหายครับ
ในฐานะนักศึกษารหัส ๒๗ ก้าวเท้าแรกบนผืนแผ่นดินศาลายา ดินแดนที่ในยามนั้นมีความเรียบง่ายและธรรมชาติ ห่างไกลจากความพลุกพล่านของเมือง ภาพที่ยังคงประทับอยู่ในความทรงจำอย่างไม่เลือนหาย คือตึก Lecture อันสง่างาม และโรงอาหารที่คึกคักไปด้วยชีวิตชีวาของเหล่านักศึกษา ทว่าสิ่งที่อาจทำให้หลายคนกลัวคือ 'ทางเดิน' อันเลื่องชื่อ — ทางเดินที่กิ้งกือยักษ์เป็นเจ้าถิ่น ส่วนของการเรียน 'ฟิสิกส์' — วิชาที่ว่ากันว่ายากที่สุดในปีหนึ่ง แต่เกรด A ที่ได้กลับมานั้น มิใช่เพียงตัวอักษรบนใบแสดงผลการเรียน แต่เป็นสิ่งที่ไม่เคยลืม จำได้แม้กระทั่งว่าใช้เวลาในห้องสอบจนหมดเวลา
การร่วมแรงร่วมใจของเพื่อนร่วมงานและทีมบริหารในการฝ่าฟันอุปสรรค ก่อให้เกิดมิตรภาพและความผูกพันที่แน่นแฟ้นหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ทำให้บรรยากาศการทำงานเต็มไปด้วยความเอื้ออาทร มีสภาพแวดล้อมที่ร่มรื่นและเอื้อต่อการทำงานอย่างมีความสุข
ข้าพเจ้ามีความผูกพันต่อมหาวิทยาลัยมหิดลตั้งแต่ช่วงเวลาที่ได้รับโอกาสเข้าศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ได้หล่อหลอมให้ข้าพเจ้าเติบโต ทั้งด้านความรู้ ทักษะวิชาชีพและจริยธรรมในการดูแลผู้ป่วยโดยคำนึงถึงผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางและมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพการดูแลอย่างต่อเนื่อง และเมื่อสำเร็จการศึกษามาเป็นพยาบาลวิชาชีพ ในโรงพยาบาลศิริราชทำให้เกิดความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรที่ยึดมั่นในปณิธาน "ปัญญาของแผ่นดิน" และมุ่งมั่นสร้างประโยชน์แก่สังคม
ทำงานมามากกว่า 22 ปี
ใช้แนวทาง "อัตตานัง อุปมัง กเร" ในการปฏิบัติงาน
" ศิริราช คือพี่น้อง" คำคำนี้อบอุ่นหัวใจมาก ศิริราชเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของเรา เป็นบ้านหลังใหญ่ที่มอบโอกาสดีๆให้เสมอมาตั้งแต่วันเข้ามาเรียนจนถึงวันเกษียณ ให้หน้าที่การงานที่มั่นคง ให้ประสบการณ์ในการทำงานที่ดีในการดูแลตัวเอง ดูแลครอบครัว รวมทั้งดูแลผู้มารับบริการต่างๆในศิริราช เราจะรักและยินดีที่จะช่วยเหลือบ้านหลังนี้ตลอดไป
การมีหัวหน้าดี มีเพื่อนร่วมงานดี สวัสดิการดี
ศิริราชคือบ้านหลังที่สองของเรารักและผูกพันมากสามสิบกว่าปีที่อยู่มาและที่สำคัญคือในหน่วยงานอยู่กันแบบพี่ๆน้องรักและเข้าใจกันดีช่วยเหลือซึ่งกันและกันไม่แบ่งแยกที่สำคัญหัวหน้าเข้าใจลูกน้องเสมอช่วยและแก้ไขในเรื่องที่เกิดขึ้นตลอดค่ะ
ไม่มี
มีความภูมิใจในองค์กรแห่งนี้ ได้เป็นส่วนหนึ่งขององค์กรที่ทรงเกียรติแห่งนี้ ภูมิใจที่เป็นลูกพระบิดาในชื่อ "มหิดล" รักมหิดล
มีความรักและความผูกพันต่อองค์กร มีความเป็นพี่เป็นน้อง และการให้เกียรติซึ่งกันและกัน
ตลอดระยะเวลาที่ผมได้ปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลศิริราช จนถึงวันเกษียณอายุราชการ ศิริราชคือบ้านหลังที่ 2 ของผม มีทั้งเพื่อน มีทั้งน้อง มิตรภาพ ความรักความผูกพัน ความช่วยเหลือดูแลเอาใจใส่ ความทรงจำดีๆ และความผูกพันที่มีต่อองค์การ จะคงอยู่ในใจของผมตลอดไป
ความผูกพันที่ทำให้รู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญในการพัฒนาหน่วยงานให้บรรลุตามเป้าหมายของคณะฯ
การมีส่วนร่วมและเป็นบุคลากรของมหาวิทยาลัยมหิดล คือความผูกพันและโอกาสที่มีคุณค่าในการนำความรู้และความสามารถของตนเองในการสร้างประโยชน์ให้กับส่วนตนและส่วนรวม
มีส่วนร่วมในงานและกิจกรรมต่างๆของศิริราชเสมอ
ศิริราชเป็นบ้านหลังใหญ่ที่ให้ความรู้ ความมั่นคง ประสบการณ์ชีวิตที่มีค่า ให้โอกาสได้สร้างผลงานเกียรติยศ และชื่อเสียงแก่ตนเองและครอบครัว
ตลอดระยะเวลาที่ได้ปฏิบัติงาน ณ มหาวิทยาลัยมหิดล ข้าพเจ้ามีความรู้สึกภาคภูมิใจและผูกพันกับสถาบันแห่งนี้เป็นอย่างยิ่ง มหาวิทยาลัยมหิดลไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่ทำงาน แต่เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ที่หล่อหลอมให้ข้าพเจ้ามีจิตสาธารณะ มีความรับผิดชอบ และมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ข้าพเจ้ามีความศรัทธาในปณิธานของมหาวิทยาลัยที่มุ่งสร้างประโยชน์สุขให้แก่เพื่อนมนุษย์ และพร้อมที่จะขับเคลื่อนองค์กรผ่านการเป็นฟันเฟืองเล็ก ๆ ในสายสนับสนุน โดยยึดมั่นในวัฒนธรรมองค์กร (Mahidol Core Values) ทั้งในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริต ความสามัคคี และการทำงานร่วมกันเป็นทีมกับเพื่อนร่วมงานทุกระดับ ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวมหิดลที่มีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามให้แก่สังคม
เหมือนบ้านหลังที่สองเหมือนครอบครัว และเป็นแหล่งกำเนิดรายได้
หากเปรียบชีวิตการทำงานเป็นหนังสือเล่มหนึ่ง หน้าแรกของหนังสือเล่มนี้ถูกเริ่มเขียนขึ้นที่ มหาวิทยาลัยมหิดล สถานที่ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการเริ่มต้น "อาชีพแรกในชีวิต" แต่เป็นเสมือนเบ้าหลอมที่สร้างตัวตน จิตวิญญาณ และอุดมการณ์ในการทำงานเพื่อส่วนรวม การก้าวเข้ามาสู่ชายคาของสถาบันอันทรงเกียรติแห่งนี้ในฐานะ "พนักงานผลิตทดลอง" ถือเป็นความภาคภูมิใจสูงสุด และเป็นจุดเริ่มต้นของความผูกพันที่หยั่งรากลึกมาจนถึงปัจจุบัน
มหาวิทยาลัยเปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2 ที่ได้ให้ความอบอุ่นใจในขณะที่ปฏิบัติงานอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยมหิดล ทำให้ผมมีชีวิตที่มั่นคงในการดำรงชีวิตและสร้างครอบครัว จากการที่ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย ประมาณ 37 ปี ผมมีความรักและผูกพันกับมหาวิทยาลัยเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้ง คณาจารย์ และเพื่อนๆ เจ้าหน้าที่ต่างก็คอยให้การช่วยเหลือในงานต่าง ๆ หากมีอะไรที่ ผมสามารถทำประโยชน์ให้กับทางมหาวิทยาลัยได้ผมก็ยินดี
มหาวิทยาลัยเปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2 ที่ได้ให้ความอบอุ่นใจในขณะที่ปฏิบัติงานอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยมหิดล ทำให้ผมมีชีวิตที่มั่นคงในการดำรงชีวิตและสร้างครอบครัว จากการที่ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย ประมาณ 36 ปี ผมมีความรักและผูกพันกับมหาวิทยาลัยเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้ง คณาจารย์ และเพื่อนๆ เจ้าหน้าที่ต่างก็คอยให้การช่วยเหลือในงานต่าง ๆ หากมีอะไรที่ ผมสามารถทำประโยชน์ให้กับทางมหาวิทยาลัยได้ผมก็ยินดี
- เป็นสถานที่ศึกษาเล่าเรียน และ สถานที่ทำงานมากว่าครึ่งชีวิต - คนในเครือได้รับการรักษาจากโรงพยาบาลศิริราชจนกระทั่งหายดี ใช้ชีวิตแบบมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ - เป็นองค์กรที่ทำให้มีรายได้ เลี้ยงดู บุคคลในครอบครัว - การได้อยู่ที่ทำงานมากกว่าอยู่ที่บ้าน มีความสะดวก ปลอดภัย มีมาตรฐานชีวิต - การมีสังคมและการทำงานร่วมกับบุคลากรคนอื่นเป็นไปด้วยความราบรื่นกับการทำงาน
ทำงานที่มหาวิทยาลัยมหิดล มาตลอดระยะเวลา 35 ปี ได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลง ความเจริญรุ่งเรือง และเป็นที่ยอมรับในระดับชาติและนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดลเปรียบเป็นบ้านหลังที่สองที่ใช้เวลาใช้ชีวิตอยู่กับการทำงาน มีเพื่อนร่วมงานที่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว จึงทำให้มีความรักและผูกพันต่อมหาวิทยาลัยมหิดล
ความผูกพันกับมหาวิทยาลัยมหิดลเริ่มตั้งแต่ตอนที่ศึกษาระดับปริญญาโท โดยได้รับการบ่มเพาะทั้งในด้านวิชาการ จริยธรรม และการดำรงตนที่ดี จากอาจารย์ที่ปรึกษา (ศาสตราจารย์เกียรติคุณ สกล พันธุ์ยิ้ม) จึงรู้สึกดีใจเมื่อมีโอกาสได้เข้ามาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยมหิดล ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง จึงทำให้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัย และซึมซับความเป็นคนมหิดลได้มากขึ้น พร้อมที่จะนำความรู้ความสามารถกลับมาทำประโยชน์ให้กับมหาวิทยาลัยได้หากมีโอกาสแม้จะเกษียณอายุไปแล้วก็ตาม
สำนึกบุญคุณของคณาจารย์มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ และทักษะการใช้ชีวิต
มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นแหล่งบ่มเพาะความรู้ของข้าพเจ้าตั้งแต่ระดับ ป.ตรี - โท - เอก และยังเป็นแหล่งให้ประสบการณ์ในการทำงานสอน งานวิจัย การเผยแพร่ความรู้สู่สังคม ไปจนถึงการพัฒนาคุณภาพหลักสูตรในระดับนานาชาติ รวมเวลาที่อยู่ในรั้วมหิดลแล้ว มากกว่า 40 ปี จึงนับได้ว่า มหาวิทยาลัยมหิดลเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของข้าพเจ้า แม้จะเกษียณแล้ว สถานที่แห่งนี้จะยังอยู่คงแจ่มชัดอยู่ในใจตลอดไป
ตลอดระยะเวลา 32 ปี ที่ได้ทำงานในองค์กรชื่อ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นความผูกพันที่รู้สึกเหมือนเป็นบ้านหลังที่ 2 ภูมิใจทุกครั้งที่ได้พูดว่า ....ฉันคือ "คนมหิดล"
ข้าพเจ้าได้เข้ามาทำงานเป็นอาจารย์ที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล หลังจากเรียนจบแพทย์ประจำบ้านในภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมาจนบัดนี้ครบ 38 ปีแล้ว จริงๆข้าพเจ้าสำเร็จการศึกษาแพทยศาสตร์บัณฑิตจากมหามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นผู้ให้กำเนิด แต่จากการที่ได้มาทำงานที่ รพ ศิริราช เป็นเวลานานมาก จึงถือได้ว่า มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้ให้การเลี้ยงดูจนเติบใหญ่และประสบความสำเร็จมาจนถึงทุกวันนี้ ศิริราชจึงเปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2 ของข้าพเจ้า นอกจากนั้น คุณพ่อของข้าพเจ้าก็จบศิริราชรุ่น 60 รวมทั้งคุณอาและคุณน้าของข้าพเจ้าก็เป็นอาจารย์แพทย์ในศิริราช ข้าพเจ้าจึงมีความผูกพันกับศิริราชมาตั้งแต่สายเลือดเลยทีเดียว
เหมือนพี่เหมือนน้องเหมือนครอบครัวเดียวกันเหมือนบ้านหลังที่สอง
เหมือนบ้านหลังที่ 2
ข้าพเจ้าได้รับโอกาสที่ได้เข้ามาปฏิบัติงานภายใต้มหาวิทยาลัยมหิดล ไม่เพียงเป็นสถานที่ทำงาน แต่ยังเป็นแหล่งพัฒนาความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์อันทรงคุณค่า ทำให้ข้าพเจ้ามีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนพันธกิจและการพัฒนาของมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง จึงรู้สึกภาคภูมิใจและซาบซึ้งใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสถาบันแห่งนี้เสมอ
ความผูกพันที่มีต่อมหาวิทยาลัยมหิดลแห่งนี้ เกิดจากการได้ใช้เวลาส่วนสำคัญของชีวิตในการทำงาน เรียนรู้ และเติบโตไปพร้อมกับองค์กร ได้ร่วมสร้างสรรค์ผลงานและองค์ความรู้ พบมิตรภาพ และได้รับโอกาสดี ๆ มากมาย จนได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์อันเป็นที่สุดของชีวิตการทำงานมหาวิทยาลัยมหิดลจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ทำงานเท่านั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่เต็มไปด้วยความทรงจำและความหมายที่จะอยู่ในใจของข้าพเจ้าตลอดไป
ผูกพันที่ได้ทำงานกว่า 30 ปี
ปฏิบัติงานอยู่ในมหาวิทยาลัยมหิดลมานานกว่า 25 ปี
เป็นงานที่ดี ทำงานหนัก ทำด้วยความสุจริต
โรงพยาบาลศิริราชเป็นเสมือนบ้านที่ทำให้เรามีอาชีพ มีรายได้ มีเพื่อนร่วมงานที่คอยช่วยเหลือกัน บิดามารดาได้รีบการดูแลรักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลศิริราช รวมทั้งตัวเองด้วย
ผูกพันกับอาคารสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุลเนื่องจากเป็นทีมงานทีมแรกที่เข้าปฏิบัติงานในอาคารหลังจากที่สร้างเสร็จและเปิดใช้งาน
ได้ทำงานที่เรารัก และมีเพื่อนร่วมงานที่ดี เพราะที่แห่งนี้เปรียบเสมือนบ้านอีกหนึ่งหลัง
รักองค์กรที่นี่นะคะ มีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่น่ารักค่ะ คงคิดถึงเมื่อเกษียณออกไป
ปฏิบัติงานให้กับมหาวิทยาลัย เป็นระยะเวลานานถึง 27 ปี และยินดีให้การสนับสนุนพัฒนามหาวิทยาลัยให้มีความเจริญก้าวหน้า
คิดว่าเป็นบ้านอีกหนึ่งหลังคะ
มีอาชีพที่มั่นคง และมีชีวิตที่ดี
โรงพยาบาลศิริราชเป็นบ้านหลังที่สองที่มีความสุขมาก
โรงพยาบาลศิริราชเป็นสถานพยาบาลที่ยึดมั่นในหลักมนุษยธรรม ให้การดูแลผู้ป่วยอย่างเท่าเทียมและเต็มความสามารถ บุคลากรทุกท่านปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ความเมตตา และความรับผิดชอบต่อชีวิตของผู้ป่วยอย่างเท่าเทียมกันี่ได้
โรงพยาบาลศิริราชเปรียบเหมือนบ้านหลังที่2
รักศิริราช ตั้งแต่เข้ามาปฏิบัติงานครั้งแรกปี พ.ศ.2536 และปฏิบัติงานด้วยความรัก ศรัทธามาโดยตลอด ในองค์กรคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล โรงพยาบาลของแผ่นดิน
รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัย และมีความผูกพันกับมหาวิทยาลัยที่สำเร็จการศึกษาจากสถาบันแห่งนี้
มหาวิทยาลัยมหิดลมิได้เป็นเพียงสถานที่ทำงาน หากแต่เป็นบ้านหลังหนึ่งที่มอบโอกาส มิตรภาพ และประสบการณ์อันทรงคุณค่า ผมรู้สึกภาคภูมิใจและซาบซึ้งใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสถาบันแห่งนี้ ขอขอบคุณผู้บริหาร เพื่อนร่วมงาน และนักศึกษาทุกคน ที่ร่วมเดินทางและสร้างความทรงจำอันงดงามตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นสถานที่ปฏิบัติงานของข้าพเจ้าเป็นที่มอบโอกาสอันทรงคุณค่าในการเติบโตทั้งในด้านวิชาชีพและการดำเนินชีวิต ตลอดระยะเวลาที่ได้ปฏิบัติงาน ข้าพเจ้าได้รับความเมตตา การสนับสนุน และการส่งเสริมจากผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และเพื่อนร่วมงานทุกภาคส่วน ก่อให้เกิดความผูกพัน ความสำนึกรับผิดชอบ และความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และยึดประโยชน์ของมหาวิทยาลัยเป็นสำคัญเสมอมา การได้เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นสถาบันอันทรงเกียรติและเปี่ยมด้วยคุณค่า ข้าพเจ้านับเป็นเกียรติสูงสุดและเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งในชีวิตการทำงานของข้าพเจ้าเสมอมาจนสิ้นสุดวาระการเกษียณอายุงานและตลอดไป
ภูมิใจที่ได้ทำงานด้านการศึกษา และภูมิใจที่ได้รับใช้พระบิดา ได้รับความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และภูมิใจที่ได้ทำงานที่ มหาวิทยาลัยมหิดล ค่ะ
เรียนจบจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราช ทำงานที่คณะนี้ หลังเกษียณอายุก็สมัครเป็นที่ปรึกษาภาควิชา
มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นที่ให้งาน ให้เงิน ให้ความรู้ และให้ความภาคภูมิใจ
รพ.ศิริราชเปรียบเหมือนบ้านหลังที่2อันแสนอบอุ่น
โรงพยาบาลศิริราชเปรียบเหมือนบ้านหลังที่ 2
เคยเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยมหิดล คณะสังคมศาสตร์และคณะมนุษย์ศาสตร์ และมีความผูกพันกับมหาวิทยาลัยในช่วงเวลาหนึ่ง
การได้เข้ามาทำงานในโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนและมหาวิทยาลัยมหิดล ทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้นและมีความมั่นคง มีทรัพย์สินเป็นของตัวเอง ทั้งจากสวัสดิการคณะฯ ที่ให้ทุนการศึกษาบุตร และสวัสดิการจากสหกรณ์มหิดลที่ช่วยเหลือสมาชิกในยามเดือดร้อนจำเป็น
โรงพยาบาลศิริราช เป็นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยที่สำคัญและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย สังกัดคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โรงพยาบาลนี้จัดตั้งขึ้นเป็นโรงพยาบาลหลวงแห่งแรกของประเทศ มีหน้าที่หลักในการให้บริการรักษาพยาบาลที่ได้มาตรฐานระดับสูง รวมถึงเป็นสถานที่ฝึกอบรมและวิจัยทางการแพทย์ที่สำคัญเพื่อพัฒนาวิชาชีพแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ในประเทศไทย ภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของศิริราชค่ะ
ดิฉันมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสปฏิบัติงานในสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นองค์กรที่ส่งเสริมการเรียนรู้ การวิจัย และการทำงานอย่างมีคุณค่า ขอขอบพระคุณสถาบันฯ จากใจที่ให้โอกาสดิฉันได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ได้เรียนรู้ พัฒนาตนเอง และร่วมสร้างประโยชน์ผ่านการทำงานตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ความผูกพันที่มีต่อสถาบันแห่งนี้จะเป็นความทรงจำที่ดีและมีคุณค่าเสมอ
ดิฉันมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เข้ามาปฏิบัติงานในสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล ตลอดระยะเวลากว่า 29 ปีที่ผ่านมา สถาบันฯ และมหาวิทยาลัยมหิดลเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สอง เป็นทั้งที่พึ่งพา แหล่งเรียนรู้ และเป็นครอบครัวที่อบอุ่น ซึ่งหล่อหลอมให้ดิฉันได้เติบโตทั้งในด้านการทำงานและการดำเนินชีวิต ดิฉันรักและผูกพันกับสถาบันฯ เป็นอย่างยิ่ง รู้สึกห่วงใยและปรารถนาให้สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย รวมถึงมหาวิทยาลัยมหิดล มีความเจริญก้าวหน้าและประสบความสำเร็จยิ่ง ๆ ขึ้นไป พร้อมทั้งคงไว้ซึ่งความเป็นองค์กรที่อบอุ่นและเป็นที่ภาคภูมิใจของบุคลากรทุกคนตลอดไป
ประทับใจและรู้สึกดี มีความสุขทุกครั้งที่เข้ามาภายในรั้วของมหาวิทยาลัยมหิดล ด้วยสภาพแวดล้อมสีเขียวที่ร่มรื่นน่าอยู่ เป็นสถาบันการศึกษาที่ได้รับการยอมรับระดับโลก มีความพร้อมในทุกด้าน ที่มีค่านิยมร่วมตามคำสอนของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก: "ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง" มุ่งสร้างคนดีคนเก่งให้กับสังคมประเทศชาติ
เป็นงานที่ทำตั้้งแต่เริ่มเข้าทำงานจนถึงเกษียณ มีความรักในศิริราชมาก
ศิริราชอบอุ่น มีการทำงานเป็นระบบรุ่นพี่สอนรุ่นน้อง ปลูกฝังให้บุคลากรรักองค์กรและงานที่รับผิดชอบ รักศิริราชมาก ศิริราชเปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2 ศิริราชทำให้มีทุกอย่างที่อยากมี มีบ้าน, รถยนต์, เงินออม
จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดลในระดับปริญญาตรี และปริญญาเอก ทำงานที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ปี 2531-2537 ทำงานที่คณะพยาบาลศาสตร์ ปี 2540 ถึงปัจจุบัน
มีความ เชื่อมั่น ต่อมหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาทำงาน และตั้งปณิธานว่า จะขอปฏิบัติงาน ณ.ที่นี้จนกว่าจะเกษียณอายุราชการ
เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของหน่วยงานภายในและนอกประเทศ
รักและศรัทธาองค์กร
มหาวิทยาลัยเปรียบเสมือนบ้าน ที่พักอาศัย เนื่องจากเป็นคนที่เรียนจบที่ วิทย์กีฬา รหัส 30 จบแล้วก็ทำงานที่กองกิจการนักศึกษา ปี 33 และย้ายมาทำงานที่ศูนย์ศาลายาปี 38 และมาทำงานที่ วิทย์กีฬา ปี 52 จนถึงปัจจุบัน ดังนั้น การใช้ชีวิตที่ผ่านมาเป็นระยะเวลา 39 ปี เทียบเท่าเกินครึ่งชีวิตที่เรียน ทำงาน ใช้ชีวิตวนเวียนอยู่ในรั่วมหาวิทยาลัย
เป็นสถานที่คุ้นเคย ได้ไปอบรม ประชุม สัมมนา ณ มหาวิทยาลัยมหิดล
ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
มีความรัก ความผูกพันกับมหิดล มีพี่มีน้อง มีเพื่อนทีให้คำแนะนำเกื้อกูลกันเสมอ
มหาวิทยาลัยเปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2 ให้ความรักความมั่นคงในชีวิต และในหน้าที่การงาน
ความผูกพันต่อมหาวิทยาลัย ความภาคภูมิใจ ความจงรักภักดี และความเต็มใจของบุคลากร หรือศิษย์เก่าที่จะมีส่วนร่วม สนับสนุน และรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของมหาวิทยาลัย
เป็นนักกีฬาสนุกเกอร์ตัวแทนมหาวิทยาลัย ไปแข่งขันกีฬาบุคลากรมหาวิทยาลัย ได้รับเหรียญทองแดง 2 ครั้ง
ภูมิใจที่ได้เป็นผู้ช่วยทันตแพทย์ ได้ทั้งมีเงินเลี้ยงครอบครัวและได้ช่วยเหลือผู้อื่น ได้ทำบุญทุกวัน ช่วยให้ผู้ป่วยหายจากความเจ็บปวด ดังนั้นจึงทำให้เราทำงานได้อย่างมีความสุข พร้อมกับการได้ "รอยยิ้ม" และ "ความพึงพอใจ" ที่เงินทองก็ไม่สามารถหาซื้อได้
รักหน่วยงาน มีความสุขต่อองค์กรที่เราทำงานอยู่
ได้ปฏิบัติงานในคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2538 มีความรู้สึกว่ามหาวิทยาลัยมหิดลเป็นบ้านอีกหลังหนึ่ง และภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยมหิดล
มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นมหาวิทยาลัยที่ตั้งใจสอบเอ็นทรานซ์เข้ามาได้ด้วยความสามารถของตนเอง เปลี่ยนสภาพจากนักเรียนมาเป็นนักศึกษา ได้เรียนรู้วิชาการต่างๆมากมาย มิใช่แค่เพื่อความก้าวหน้าของตนเองเท่านั้น การใช้ชีวิตเพื่อผู้อื่นเริ่มต้นที่มหิดล และพลังในการทำงานต่อเนื่องยาวนานจนถึงวาระเกษียณอายุ ยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของที่นี่และตลอดไป
มีความผูกพัน โดยยึดมั่นในวิสัยทัศน์ พันธกิจ พร้อมปฏิบัติงานตามหน้าที่ ความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์และทำงานเต็มความสามารถ เพื่อให้งานดำเนินต่อไปได้ โดยไม่เกิดความเสี่ยง หรืออันตรายต่อผู้ป่วยและผู้อื่น
41 ปี 6 เดือน ในรั้วมหิดลในฐานะผู้ช่วยนักกายภาพ ไม่ใช่เพียงแค่การทำงานแต่คือการอุทิศครึ่งค่อนชีวิตเพื่อส่งต่อรอยยิ้มและการฟื้นฟูร่างกายให้แก่ผู้ป่วย แม้จะผ่านวันเวลาที่เหน็ดเหนื่อยและท้าทาย แต่ความสุขจากความสำเร็จของผู้ป่วยมิตรภาพจากเพื่อนร่วมงานและความภาคภูมิใจในบ้านที่สองแห่งนี้ จะยังคงตราตรึงและผูกพันอยู่ในใจตลอดไป
รางวัล ข้าราชการ ลูกจ้าง และ พนักงานมหาวิทยาลัยดีเด่น มหาวิทยาลัยมหิดล ประจำปี 2564 จาก มหาวิทยาลัยมหิดล
หลังจากเข้าทำงานที่นี้ ไม่มีความคิดที่อยากจะเปลี่ยนงาน เนื่องจากผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานที่ดี มีความสุขและมีความผูกพันในการทำงานที่นี่
เป็นสถาบันที่ใหญ่และภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งขององค์กรนี้ และได้ต่อส่งให้ลูกสาวได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสถาบันนี้ เพื่อทำงานตอบแทนและช่วยขับเคลื่อนงานใหม่ๆให้สำเร็จลุล่วง
เสมือนบ้านหลังที่สอง
ทำงานในคณะฯ ของมหาวิทยาลัยมหิดลมาตลอด 33 ปี ได้รับเกียรติ ได้รับสิทธิประโยชน์จากการเป็นสมาชิกของมหาวิทยาลัย มีหน่วยงานหลายๆ หน่ยที่เป็นแรงสนับสนุน ให้ได้รับโอกาสพัฒนาศักยภาพ จนเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาเวชศาสตร์บริการโลหิต ของประเทศ
DNA คนมหิดล
เป็นสถานที่ทำงานที่แรกตั้งแต่จบการศึกษาจากโรงเรียนผู้ช่วยพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช เมื่อปี พ.ศ. 2528 จนกระทั่งเกษียณอายุราชการในปี พ.ศ.2569 รวมระยะเวลาทำงานทั้งสิ้น 40 ปี 11 เดือน มีความรู้สึกผูกพันกับสถานที่แห่งนี้เสมือนเป็นบ้านที่อบอุ่น
มีความผูกพันกับเพื่อนร่วมงานที่เราอยู่ด้วยกันมาแบบยาวนาน เกื้อกูลกันและกัน โดยเฉพาะเพื่อนร่วมงานกันแบบพี่น้อง มีความสุขกับสิ่งที่ทางมหาวิทยาลัยให้
"ภูมิใจและผูกพันมากๆ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของชาวมหิดล ในบทบาทนักวิชาการศึกษา ภาควิชาศัลยศาสตร์คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ทำงานโดยมีพลังขับเคลื่อนจากค่านิยม M-A-H-I-D-O-L เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาความรู้ใหม่ๆ ด้านการศึกษา (Mastery) การทำงานเพื่อส่วนรวม (Altruism) การร่วมมือร่วมใจกับทีมแพทย์และบุคลากร (Harmony) การยึดความถูกต้องเป็นหลัก (Integrity) ความมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ (Determination) การมองโลกในแง่ดีเพื่อสร้างพลังบวก (Optimism) และการกล้าคิดกล้านำสิ่งใหม่ๆ (Leadership) ทั้งหมดนี้เพื่อช่วยสร้างสรรค์งานศึกษาศัลยศาสตร์ที่ดีที่สุด ให้กับศิริราช คุณค่าและอุดมการณ์เป็นเข็มทิศนำทางชีวิตและการปฏิบัติงาน ผลักดันให้ทุ่มเทอุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม เจริญรอยตามพระราชปณิธานในการสร้างประโยชน์แก่มวลมนุษยชาติ จากความมุ่งมั่นและเพียรพยายามอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ได้รับ รางวัลวัฒนธรรมองค์กร Siriraj Culture S-I-R-I-R-A-J เชิดชูเกียรติ (Altruism) เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2565 ซึ่งรางวัลอันทรงเกียรติ ถือเป็นประจักษ์พยานและเครื่องยืนยันถึงความตั้งใจจริง
เป็นมหาลัยที่ให้โอกาส ให้ความก้าวหน้า ความมั่นคงของชีวิต
มีความผูกพันต่อมหาวิทยาลัย มีความรักและความภาคภูมิใจในองค์กรและสถาบัน พร้อมทั้งมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
เป็นมากกว่าบ้านหลังที่ 1 เพราะเป็นที่ที่ให้ความมั่นคงและความภาคภูมิใจในชีวิต
มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นบ้านหลังที่สองที่มีความทรงจำมากมาย มีทั้งเรื่องที่ดี เรื่องที่อยากปรับปรุง ทำให้เติบโตจนมาเป็นบุคลากรที่เกษียณอายุราชการในวันนี้ เป็นสถานที่ที่ไม่ใช่คำว่าทนอยู่ แต่เป็นสถานที่ที่อยากจะกลับมาในทุกครั้งที่มีโอกาส
ผมรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ปฏิบัติงาน ณ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 จนถึงปัจจุบัน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บัณฑิตวิทยาลัยเปรียบเสมือน บ้านหลังที่ 2 ของผม เป็นสถานที่ที่มอบทั้งประสบการณ์ ความผูกพัน และความทรงจำที่มีคุณค่าในชีวิต ผมรักและภาคภูมิใจในบัณฑิตวิทยาลัยเสมอ และจะเก็บความรู้สึกดี ๆ นี้ไว้ในใจตลอดไปครับ
อขอบพระคุณสำหรับตลอดระยะเวลา 30 ปี แห่งการปฏิบัติงาน ณ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ข้าพเจ้ารู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล และรู้สึกซาบซึ้งในความเมตตา การสนับสนุน และประสบการณ์อันทรงคุณค่าที่ได้รับมาโดยตลอด บัณฑิตวิทยาลัยเป็นองค์กรที่ข้าพเจ้ารักและผูกพันอย่างยิ่ง และจะเป็นความภาคภูมิใจในความทรงจำตลอดไป
ภูมิใจที่ได้เป็นบุคลากรคนหนึ่งของมหาวิทยาลัยมหิดล
จากการปฏิบัติงานด้าน HR มากกว่า 30 ปี มีความภูมืใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัย และสามารถให้คำปรึกษา แก้ไข และถ่ายทอดการปฏิบัติงานภายในมหาวิทยาลัยมหิดล
มหาวิทยาลัยมหิดลเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของข้าพเจ้า เป็นสถานที่ที่ได้เรียนรู้ พัฒนาตนเอง และใช้ชีวิตการทำงานมาเป็นเวลายาวนาน การได้ร่วมงานกับผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาจากหลากหลายรุ่น ทำให้เกิดความผูกพันและความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งขององค์กรที่มุ่งสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมและประเทศชาติ ตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติงาน ข้าพเจ้าได้รับความเมตตา การสนับสนุน และกำลังใจจากเพื่อนร่วมงานทุกคน ทำให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งในความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อกันเสมอมา
ระยะเวลา 41 ปีที่ผูกพันกับมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นบ้านแห่งการเรียนรู้ เป็นจุดเริ่มต้นของชีวิต ในปี พ.ศ.2528ได้ก้าวเข้ามาเป็นนักศึกษาในรั้วมหิดลถือรากฐานสำคัญที่บ่มเพาะความรู้และได้เติบโตในวิชาชีพที่รัก ได้สำเร็จการศึกษาและได้ทำงานต่อเนื่องมาจนครบสี่ทศวรรษที่ได้ก้าวหน้าใน การทำงาน และได้เห็นการเจริญเติบโตและการพัฒนาของมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง คุณค่าและปรัชญาในการยึดมั่นในพระราชปณิธานของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก "ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่งเป็นหลักสำคัญอย่างหนึ่งในการดำเนินชีวิต ยังคงกึกก็งในใจเสมอมา
จากนักศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดลได้รับการบรรจุเข้ารับราชการ ณ มหาวิทยาลัยมหิดล หลังจบการศึกษา
รักและประทับใจทุกสิ่งในมหาลัยมหิดล
ความเป็น มหาวิทยาลัยมหิดล เสมือน ครอบครัว พี่น้อง ชาวมหิดล ทุกส่วนงาน ความเป็น มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ ด้านสุขภาพ อบอุ่นใจเมื่อได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยมหิดล
มีความตั้งใจที่จะรับราชการ และได้บรรจุที่คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล
เข้าร่วมประชุม อบรมสัมมนาและร่วมกิจกรรมของมหาวิทยาลัยถ้ามีโอกาส
รักและภูมิใจที่ได้ทำงานที่มหาวิทยาลัยมหิดล (คณะเภสัชศาสตร์) ตั้งแต่เรียนจบจนกระทั่งเกษียณ
เป็นเสมือนบ้านหลังที่ 2
ผูกพันไม่อยากเกษียณเลยค่ะ
มีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยมหิดล
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นบ้านหลังที่ 2 ที่ให้ความอบอุ่น และสุขใจทุกครั้ง ตั้งแต่เริ่มเข้ามาปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2530 จนถึงเกษียณ วันที่ 30 ก.ย. 2569 รวมทั้งให้โอกาสในการเจริญเติบโตในหน้าที่การงานในเรื่องของตำแหน่งงาน ในการปรับตำแหน่ง และเงินเดือน
ได้เติบโตในการทำงานในสถาบันนี้เพื่อก่อเป็นอาชีพและมีรายได้ที่มั่นคง
เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล และทำงานคณะแพทยศาสตร์ รพ รามาธิบดี ตลอด 41 ปี
ให้หลายสิ่งหลายอย่างที่สามารถนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตที่ดีและมีความสุข
มีความผูกพันที่ดี และเป็นองค์กรที่มีความใส่ใจต่อบุคลากรทุกระดับชั้น เปิดโอกาสให้บุคลากรให้ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องดีมากๆๆ
ตั้งแต่เรียนจบหลักสูตรพยาบาล(สืบ) ก็ทำงานตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน รู้สึกภาคภูมิใจและผูกพันกับองค์กรที่ทำงานจนถึงปัจจุบัน
มหาวิทยาลัยแห่งนี้ คือบ้านหลังหนึ่งของชีวิต ที่มอบทั้งประสบการณ๋ มิตรภาพ ความสุข ความทรงจำดีๆ ซึ่งจะอยู่ในใจเสมอ
รู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งในชีวิตการทำงานที่ได้ทำงานที่คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี
ให้ความอบอุ่นใจที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ และเหมือนบ้านหลังที่2
ขอบคุณมหาวิทยาลัย
เป็นความผูกพันที่มีความเหนียวแน่นลึกซึ้ง ต่อมหาวิทยาลัยมากเพราะถ้าไม่มี องค์กรนี้ เราคงไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างสบายมีทรัพย์สินเงินทองเท่าทุกวันนี้
ไม่มี
เรียนป.ตรีมหิดล ป.โท.ก็มหิดล ทำงานมหิดล เกษียณก็ที่มหิดล เป็นลูกหม้อมหิดลของแท้ค่ะ
รักองค์กรที่ทำอยู่ในงานบริหารฝ่ายการพยาบาล
สวัสดิการ การดูแลพนักงาน
มีความสุขที่ได้ทำงานที่นี่ มหาวิทยาลัยทำให้เราได้สร้างเนื้อสร้างตัวที่นี่
รามาเป็นบ้านที่ 2 ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเรียน จนวันนี้ ที่เมื่อไรที่ก้าวเข้ามา ก็รู้สึกอุ่นใจ ปลอดภัย มันยังคงเป็นแบบนั้นเสมอมา
ความผูกพันมีส่วนร่วมในการพัฒนาขับเคลื่อนในองค์กร มีความภูมิใจในชื่อเสียงและผลงานของมหาวิทยาลัย
เป็นสถาบันที่สร้างบุคลากร ให้โอกาส มอบความมั่นคง ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดความสำเร็จในหน้าที่การงาน
รู้สึกรักและเป็นที่ทำงานเหมือนบ้านหลังที่ 2
ตลอดระยะเวลา 35 ปีของการทำงาน ยังไม่นับช่วงเวลาที่ได้เรียนที่นี่ด้วย นับเป็นช่วงเวลาที่มีค่าที่สุดในชีวิต มหาวิทยาลัยไม่ใช่แค่สถานที่ทำงาน เปรียบเหมือนบ้านอีกหลังที่ให้โอกาส ให้ความรู้ และเติมเต็มชีวิต มีบุคลากรมากมายความสามารถ ทำให้ได้รับประสบการณ์ที่ดียิ่ง
รู้สึกดีที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดีซึ่งเป็นโรงพยาบาลชั้นนำ
เป็นบ้านหลังใหญ่ที่ให้ร่มเงาและความอบอุ่นปลอดภัย
ตลอดระยะเวลาที่ได้ปฏิบัติงานกับองค์กรแห่งนี้ ดิฉันได้รับทั้งความรู้ ประสบการณ์อย่างมากมาย และรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งขององค์กรแห่งนี้
มีความภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยในการช่วยเหลือประชาชนให้บรรเทาทุกข์ และมีสุขภาพที่ดี สมกับเป็นมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์อันทรงเกียรติ
การได้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยภายใต้ผู้นำที่ดี สนับสนุนบุคลากรในทุกด้าน ทำให้พัฒนาศักยภาพตนเองเพื่อทำงานอย่างเต็มกำลังในพันธกิจที่ได้รับมอบหมาย
มีความผูกพันต่อมหาวิทยาลัยมหิดลมากเนื่องจากจบป.โทจากสาขาจิตวิทยาลินิก จากคณะแพทย์ศิริราชฯ และเริ่มทำงานที่คณะแพทย์ฯรามาธิบดี ตั้งแต่เริ่มแรกจวบจนปัจจุบัน เปรียบกับบ้านที่2ของชีวิต
เติบโตและเรียนรู้พัฒนาตนเองภายในมหาวิทยาลัยมหิดล
ขอบคุณที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของมหาลัยมหิดล
เป็นสถานที่ทำงานแห่งแรกและแห่งเดียวที่ทำจึงรักเสมือนบ้านหลังที่สอง
เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล รุ่น 96 คณะเทคนิคการแพทย์ รุ่น 32 ทำวานคณะแพทยศาสตร์ รพ รามาธิบดี 2532-2569
เป็นบ้านหลังที่ 2
ศึกษาและจบจากสถาบันนี้และเริ่มทำงานและเกษียณภายใต้ร่มเงาของสถาบันนี้เช่นกันเกิดและเติบโตที่นี่รักและภูมิใจในสถาบันค่ะ
ทำหน้าที่อาจารย์ บ่มเพาะลูกศิษย์ในมหาวิทยาลัยมากว่า 30 ปี รวมทั้งทั้งทำหน้าขับเคลื่อนนโยบาย ยุทธศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยมาอย่างต่อเนื่องตามบทบาทหน้าที่ในฐานะสมาชิกสภาคณาจารย์มหิดล ผู้บริหารโดยเฉพาะในช่วงที่ได้ทำหน้าที่เป็นคณบดีวิทยาลัยราชสุดา (2555-2559) รู้สึกว่าที่นี้คือบ้านที่สองของตนเพราะเวลากว่าครึ่งหนึ่งของชีวิตดำรงอยู่ ทำงานรับใช้ และ “ภาคภูมิใจ” แม้เป็นเสี้ยวส่วนเล็กๆ ของมหาวิทยาลัยมหิดล แต่เป็นพื้นที่ให้โอกาสในการเรียนรู้ พัฒนาตนเอง เติบโตในฐานะนักวิชาการคนหนึ่ง และทำให้ชีวิตมีความหมายและคุณค่าอย่างยิ่ง สำหรับตนเองในฐานะชาวชนบทและลูกชาวไร่ชาวนาคนหนึ่ง และจะยังคงทำหน้าที่เพื่อมหิดลตามบทบาท วาระโอกาสต่อไป
สู่อ้อมอกรั้วมหิดล เริ่มมีความ ผูกพันตั้งแต่เรียนป.ตรีที่ศาลายารุ่น3และป.โททำงานจนถึงวันเกษียณ จากอ้อมอกศรีตรังมาสู่มหิดลกันภัย เปลี่ยนผ่านวันเวลาที่ผูกพันมา40กว่าปี เป็นบ้านอีกหลังหนึ่งที่จะจดจำไว้ตลอดไป
เหมือนบ้านหลังที่1
ตั้งแต่เริ่มเข้ามาทำงานที่รั้วมหิดล เมื่อปี พ.ศ.2533 ระยะเวลา 36 ปีกว่ามีความรู้สึกผูกพันกับ MU และ MUIC เป็นอย่างมากที่ให้โอกาสได้เรียนรู้การทำงานและได้รับประสบการณ์ต่าง ๆ มากมาย มีเพื่อนร่วมงานที่ดี มีผู้นำองค์กรเป็นแบบอย่างที่ดี มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดอย่างเป็นรูปธรรม
ขอขอบคุณ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
รักมากค่ะ เป็นบ้านอีกหลัง ที่ใช้เวลามากกว่าบ้านตัวเอง
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2
ภูมิใจได้มาเป็นลูกพระบิดา ภูมิใจได้มาทำงานที่ ร.พ.รามาธิบดี ภูมิใจคุณหมอใจดี
เป็นบ้านหลังที่ 2 มีความรักและความผูกพันในการปฏิบัติงาน เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
ได้ปฏิบัติงานที่่วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 กระผมมีความภาคภูมิใจในการดำเนินงานในหน้าที่ เพราะถือว่า ได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาด้านต่างๆ ซึ่งเห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน และถือว่า วิทยาลัยนานาชาติ เป็นบ้านหลังที่ 2 ได้พักพิงอย่างมีความสุข อีกทั้งท่านผู้บริหาร อาจารย์ นักศึกษาและเพื่อนร่วมงานเปรียบเสมือนคนในครอบครัว อบอุ่นกายและใจ
40 ปีแห่งการทำงาน ที่โรงพยาบาลรามาธิบดีจากวันแรกจนถึงวันเกษียณ ที่นี่ไม่เคยเป็นเพียงสถานที่ทำงาน แต่คือส่วนหนึ่งของชีวิตและความทรงจำ ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนเล็ก ๆ ในการดูแลผู้ป่วย และร่วมส่งต่อการทำงานให้กับรุ่นน้องหลายรุ่น วันนี้วางหน้าที่ลง แต่ความผูกพันยังคงอยู่ตลอดไป” ❤️
ความผูกพันที่ได้ทั้ง "เรียนและทำงาน" ในมหาวิทยาลัยมหิดล คือการหล่อหลอมจากสถาบันที่ให้ความสำคัญทั้งด้านวิชาการ คุณค่าทางสังคม และการเติบโตอย่างรอบด้าน สร้างความภูมิใจและความผูกพันกับองค์กร การได้เรียนรู้ในรั้วมหิดลทำให้ได้รับทั้งองค์ความรู้และการพัฒนาจิตวิญญาณของความเป็น "ผู้ให้" โดยมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ในฐานะบุคลากร การทำงานในมหิดลคือความภาคภูมิใจที่ได้เป็นฟันเฟืองในการขับเคลื่อนสถาบันระดับชาติ ผ่านระบบการดูแลบุคลากรที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิต และสวัสดิการที่ครอบคลุม การได้อยู่ในสถานที่ที่มุ่งเน้นการสร้างประโยชน์ให้แก่เพื่อนมนุษย์ตามปณิธานของมหาวิทยาลัยฯ
ความผูกพันที่ได้ทั้ง "เรียนและทำงาน" ในมหาวิทยาลัยมหิดล คือการหล่อหลอมจากสถาบันที่ให้ความสำคัญทั้งด้านวิชาการ คุณค่าทางสังคม และการเติบโตอย่างรอบด้าน สร้างความภูมิใจและความผูกพันกับองค์กร การได้เรียนรู้ในรั้วมหิดลทำให้ได้รับทั้งองค์ความรู้และการพัฒนาจิตวิญญาณของความเป็น "ผู้ให้" โดยมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ในฐานะบุคลากร การทำงานในมหิดลคือความภาคภูมิใจที่ได้เป็นฟันเฟืองในการขับเคลื่อนสถาบันระดับชาติ ผ่านระบบการดูแลบุคลากรที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิต และสวัสดิการที่ครอบคลุม การได้อยู่ในสถานที่ที่มุ่งเน้นการสร้างประโยชน์ให้แก่เพื่อนมนุษย์ตามปณิธานของมหาวิทยาลัยฯ
เป็นศิษย์เก่าระดับปริญญาตรี คณะเทคนิคการแพทย์ และ ได้รับโอกาสกลับมาเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ ทักษะชีวิตแก่ นักศึกษา
ทำงานมากว่าสามสิบปี
ตั้งแต่เริ่มเข้ามาสู่รั้วของโรงพยาบาลรามาธิบดีการได้ทำงานในสิ่งที่เรารักและดูแลผู้ป่วยตามปณิธานของรามาธิบดีซึ่งได้อยู่ในเนื้อเพลงของรามาธิบดีทั้งหมดทำให้มีความรู้สึกผูกพันและรักในองค์กรเหมือนเป็นครอบครัวที่เราต้องช่วยกันดูแลเป็นความรักที่ซึมซับทุกๆวันคงไม่มีวันลืม
ตัวแทนนักกรีฑาของมหิดล
ดิฉันผูกพันกับมหาวิทยาลัยมหิดลมายาวนาน 40 ปี ตั้งแต่เริ่มเป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยมหิดล จบคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล หลังทำงานใช้ทุนในต่างจังหวัด ได้มาศึกษาต่อเป็นแพทย์ประจำบ้านสาขากุมารเวชศาสตร์ที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และยังได้รับโอกาสให้กลับมาทำงานที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี จนเกษียณอายุ 65 ปี ประทับใจที่มหาวิทยาลัยมหิดลไม่เพียงสร้างวิชาชีพ แต่ยังปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และมีคำสอนสมเด็จพระราชบิดาเป็นที่ยึดเหนี่ยว
ตลอด 37 ปีที่ได้ทำงาน ณ มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 จนถึงวันเกษียณ ผมภาคภูมิใจที่ได้ใช้ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ทำงานเพื่อประโยชน์ของมหาวิทยาลัยอย่างเต็มกำลัง มหิดลไม่เพียงเป็นสถานที่ทำงาน แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่มอบทั้งประสบการณ์ มิตรภาพ และความทรงจำอันมีค่า ซึ่งผมจะเก็บไว้ด้วยความภาคภูมิใจตลอดไป
เมื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย ได้ที่ศิริราช ตอนนั้นยังไม่รู้จักนัก แต่เมื่อได้เรียน ก็มีความภูมิใจ และฝึกอบรมที่ศิริราช ม.มหิดลมาตลอดทั้งระดับ undergrad และ postgrad รวมทั้งทำงานที่นี่มาโดยตลอด